top of page

เปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสีย “รากฟันเทียม” Straumann vs Dentium vs Neodent ยี่ห้อไหนดี ?

Straumann คือ รากฟันเทียมระดับพรีเมียมจากสวิตเซอร์แลนด์ ( รุ่น  Roxolid® ) หายไวใน 3-4 สัปดาห์ Dentium แบรนด์เกาหลีใต้ราคาคุ้มค่า อัตราสำเร็จ 97% ส่วน Neodent เป็นแบรนด์ลูกของ Straumann ที่มีเทคโนโลยีสวิตในราคาที่เข้าถึงง่ายกว่า อัตราสำเร็จสูง 99.7% ทั้งสามยี่ห้อมีอัตราความสำเร็จสูงกว่า 95% การเลือกให้เหมาะสมขึ้นอยู่กับสภาพกระดูก งบประมาณ และแผนการรักษาเฉพาะบุคคล

รากฟันเทียมคืออะไร? แต่ละ Brand มีอะไรต่างกัน?

รากฟันเทียม (Dental Implant) คือ รากฟันจำลองที่มีลักษณะเป็นสกรูขนาดเล็ก ผลิตมาจากโลหะผสมไทเทเนียมที่ใช้ทางการแพทย์ ฝังลงในไปกระดูกขากรรไกรเพื่อทดแทนรากฟันธรรมชาติที่เสียหายไปแล้ว โดยทำหน้าที่เป็นฐานรองรับครอบฟัน สะพานฟัน หรือฟันปลอมแบบถอดได้ ให้ทั้งความแข็งแรง สวยงาม และใช้งานได้เหมือนฟันจริง

แบรนด์รากฟันเทียมที่มีมากมายในปัจจุบัน อาจทำให้เกิดคำถามถึงความแตกต่างของแต่ละแบรนด์ หมอขอเล่าง่ายๆ ถึง 4 ส่วนหลักๆ ที่ส่งผลต่อความสำเร็จของรากเทียม ซึ่งอยู่ในรากฟันเทียมทุกแบรนด์ โดยจะมีความแตกต่างกันไปในรายละเอียด สิ่งเหล่านั้นคือ 

1. วัสดุที่ใช้ผลิต 

2.เทคโนโลยีพื้นผิวที่ช่วยให้กระดูกยึดเกาะ (Osseointegration) 

3.ระบบเชื่อมต่อระหว่างรากเทียมกับตัวครอบฟัน (Abutment Connection) 

4. ข้อมูลทางคลินิกที่สนับสนุนความปลอดภัยในระยะยาว ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่ออัตราความ สำเร็จของรากฟันเทียม ระยะเวลาในการหาย และอายุการใช้งานของรากฟันเทียม

สิ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อความเร็วในการยึดติด และอายุการใช้งานของรากเทียม แต่ก็เป็นสิ่งที่ยาก หรือเกินจำเป็นสำหรับผู้รับบริการที่ต้องมาทำความเข้าใจ ข้อมูลที่มีประโยชน์และควรรู้ก็คือ รากเทียมชั้นนำในปัจจุบัน ถูกพัฒนามานานกว่า 40 -  50 ปี ทุก Brand ยึดติดกับกระดูกได้เป็นอย่างดี เร็วช้าต่างกัน อยู่ในช่วง 6 -12 สัปดาห์ การเลือกใช้รากเทียมให้เหมาะกับแต่ละคน ส่วนตัวแล้วพิจารณาจากปัจจัยดังนี้

1. งบประมาณ ของราคาสูงมักมีคุณภาพดีกว่า แต่สำหรับรากเทียมถึงแม้ราคาสูงแต่ถ้านำมาใช้ไม่ถูกวิธี ก็มีปัญหาได้ ส่วนตัวหมอให้ความสำคัญกับการขั้นตอนการผ่าตัด การสร้างฟันปลอมที่เหมาะสม และการดูแลรักษาที่ต่อเนื่อง มากกว่าราคาครับ 

2. ขนาดช่องว่าง ปริมาณ และคุณภาพของกระดูก ปัจจัยเหล่านี้ควบคุมไม่ได้ ขึ้นอยู่กับสภาพช่องปากของแต่ละคน

3. เทคนิคการผ่าตัด ใส่ในกระดูกแบบปกติ / ใส่ทันทีหลังถอนฟัน / ใส่ร่วมกับการปลูกกระดูก หรือยกผนัง sinus  แน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของหมอผู้ทำ ควรทำให้ดีตั้งแต่การผ่าตัดครั้งแรก เพราะการกลับมาแก้ไข้เป็นสิ่งที่ยากมาก

4. ปัญหาสุขภาพ เช่นถ้ามีโรคเบาหวาน กระดูกพรุน โรคปริทันต์แบบรุนแรง ผู้ป่วยที่ภูมิคุ้มกันถูกกดจากยา ต้องพิจาณาร่วมด้วยย


ในส่วนของรากเทียมที่ YDC ​Dental Clinic เลือกใช้มีอยู่ 3 แบรนด์ โดยหมอพิจารณาจากปัจจัยทั้ง 4 ข้อข้างต้นแล้วอยู่ในเกณฑ์ ดี - ดีมาก และอีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญคือทุกบริษัท มีตัวแทนจำหน่ายที่ถูกต้องและอยู่ในเมืองไทยมายาวนาน สามารถดูแลรักษาอย่างต่อเนื่องไปในอนาคต โดยไม่ต้องกังวลว่าจะหายออกจากประเทศไปเหมือนรากเทียมหลายแบรนด์ในอดีต อีกทั้งทีมทันตแพทย์เฉพาะทางของเราจะทำการตรวจวิเคราะห์ด้วยเอกซเรย์ 3 มิติ (CBCT Scan) อย่างละเอียดก่อนแนะนำรุ่นที่เหมาะสมที่สุดกับเคสของท่าน 


Straumann — รากฟันเทียมระดับพรีเมียมจากสวิตเซอร์แลนด์

Straumann คือใคร?

Straumann เป็นบริษัทรากฟันเทียมสัญชาติสวิตเซอร์แลนด์ ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1954 และถือว่าเป็นผู้นำอันดับ 1 ของโลกทั้งในด้านส่วนแบ่งตลาดและการยอมรับด้านมาตรฐานจากคลินิก มีประวัติการวิจัยและพัฒนามากกว่า 60 ปี และเป็นผู้บุกเบิกเทคโนโลยีรากฟันเทียมมากมายที่กลายเป็นมาตรฐานของอุตสาหกรรม

“เทคโนโลยีเด่น” ของ Straumann

1. Roxolid® — วัสดุโลหะผสมไทเทเนียม-เซอร์โคเนียม Straumann ใช้โลหะผสมพิเศษที่มีส่วนผสมของไทเทเนียม 85% และเซอร์โคเนียม 15% ซึ่งแข็งแรงกว่าไทเทเนียมบริสุทธิ์ ทำให้สามารถใช้รากฟันเทียมขนาดเล็กลงได้ เหมาะกับผู้ป่วยที่มีกระดูกแคบ (Narrow Ridge) เพราะไม่ต้องปลูกกระดูกเพิ่ม ช่วยลดค่าใช้จ่ายและลดความเจ็บปวดจากหัตถการเสริมอื่นๆ

2. SLActive® — เทคโนโลยีพื้นผิวแบบ Hydrophilic เป็นจุดเด่นที่ทำให้ Straumann แตกต่างและโดดเด่นจากคู่แข่ง เพราะพื้นผิว SLActive® มีคุณสมบัติชอบน้ำ (Hydrophilic) ทำให้เลือดและเซลล์สร้างกระดูกเข้าถึงพื้นผิวรากเทียมได้เร็วกว่าพื้นผิว SLA ทั่วไป ส่งผลให้ระยะเวลาการยึดเกาะกระดูก (Osseointegration) ลดลงเหลือเพียง 3–4 สัปดาห์ จากปกติ 6–8 สัปดาห์ ซึ่งส่งผลดีมากต่อผู้สูงอายุ ผู้ป่วยเบาหวาน หรือผู้ที่สูบบุหรี่ ที่มีความเสี่ยงในการหายช้ากว่าปกติ

รุ่นแนะนำ: Straumann BLT (Bone Level Tapered) เหมาะกับกระดูกแน่น และ BLX เหมาะสำหรับ Immediate Loading (ใส่ฟันได้ทันทีหลังฝังราก)

ข้อดีของ Straumann

  • อัตราความสำเร็จสูงมาก และมีงานวิจัยรองรับมากที่สุดในโลก

  • ระยะเวลาการหาย เร็วที่สุดในตลาด (3–4 สัปดาห์ด้วย SLActive®)

  • เหมาะกับเคสที่มีความซับซ้อน เช่น กระดูกบาง หรือผู้ป่วยมีโรคประจำตัว

  • มีเครือข่ายครอบคลุมทั่วโลก สามารถซ่อมบำรุงได้ทุกประเทศ

  • การันตีตลอดอายุการใช้งาน (Lifetime Warranty)

ข้อจำกัดของ Straumann

  • ราคาสูงมากที่สุดจากทั้งสามยี่ห้อ

  • ไม่เหมาะสำหรับเคสทั่วไปที่ไม่ซับซ้อน เพราะราคาอาจสูงเกินความจำเป็น

Straumann เหมาะกับใคร?

Straumann เหมาะที่สุดสำหรับคนที่มีกระดูกบางหรือปริมาณกระดูกน้อย ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน หรือคนที่สูบบุหรี่และต้องการลดความเสี่ยงของการฝังรากล้มเหลว รวมไปถึงคนที่ต้องการเทคโนโลยีคุณภาพที่ดีที่สุด โดยไม่ติดเรื่องงบประมาณ

Dentium — รากฟันเทียมราคาคุ้มค่า จากเกาหลีใต้

Dentium คือใคร?

Dentium ก่อตั้งในเกาหลีใต้ในปี 2000 โดยมีสำนักงานและโรงงานผลิตทั้งในเกาหลีใต้และสหรัฐอเมริกา ปัจจุบันจำหน่ายใน 80 กว่าประเทศทั่วโลก Dentium เป็นที่รู้จักในเรื่องความคุ้มค่า มีเทคโนโลยีที่ได้มาตรฐานสากลในราคาที่เข้าถึงง่ายกว่ารากเทียมจากยุโรป

“เทคโนโลยีเด่น” ของ Dentium

1. SuperLine — การออกแบบเกลียวคู่แบบ Tapered รากฟันเทียม รุ่น SuperLine ของ Dentium มีการออกแบบเป็นเกลียวคู่ (Double Thread) ที่ช่วยให้การฝังรากรวดเร็วและมีเสถียรภาพเบื้องต้น (Primary Stability) สูง เหมาะสำหรับการฝังทันทีหลังถอนฟัน (Immediate Placement) มีรูปทรง Tapered ช่วยกระจายแรงกดบนกระดูกได้อย่างสม่ำเสมอ

2. พื้นผิว SLA (Sandblasted, Large-grit, Acid-etched) Dentium ใช้เทคโนโลยีพื้นผิว SLA ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก โดยผ่านกระบวนการพ่นทรายเม็ดใหญ่แล้วกัดด้วยกรด เพื่อสร้างพื้นผิวขรุขระระดับไมโคร ช่วยให้กระดูกยึดเกาะได้ดี

3. ระบบ Internal Hex Connection ใช้ระบบเชื่อมต่อแบบ Internal Hexagon ที่เป็นมาตรฐานสากล ทำให้สามารถใช้งานร่วมกับอะบัตเมนต์ (Abutment) ได้หลากหลายชนิด

ข้อดีของ Dentium

  • ราคาเข้าถึงง่ายมากที่สุด คุ้มค่าสำหรับคนที่มีงบจำกัด

  • อัตราความสำเร็จ 5 ปี อยู่ที่ 97.22% จากงานวิจัยใน PMC (PubMed Central)

  • เหมาะกับเคสทั่วไปที่กระดูกฟันปกติ

  • รับประกันตลอดอายุการใช้งาน ชิ้นส่วนหาง่ายทั่วโลก

  • มีสายผลิตภัณฑ์หลากหลาย ครอบคลุมทั้ง SuperLine, Implantium, Slim Line

ข้อจำกัดของ Dentium

  • ระยะเวลาการหายอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน (6–8 สัปดาห์) ไม่มีเทคโนโลยีเร่งการยึดเกาะเหมือน Straumann

  • ไม่เหมาะกับเคสที่มีความซับซ้อนมาก เช่น กระดูกอ่อนมาก (Type IV Bone)

  • มีข้อมูลงานวิจัยระยะยาวน้อยกว่า Straumann

Dentium เหมาะกับใคร?

Dentium เหมาะสำหรับผู้ที่มีสภาพกระดูกปกติถึงระดับดี ต้องการรากฟันเทียมคุณภาพดีในราคาที่คุ้มค่า ไม่มีโรคประจำตัวที่ส่งผลต่อการหายของแผล และต้องการฝังรากในกรณีเคสทั่วไปที่ไม่ซับซ้อน เช่น ฟันกรามหรือฟันหน้าที่มีกระดูกรองรับเพียงพอ



Neodent — รากฟันเทียมเทคโนโลยีสวิตเซอร์แลนด์ในราคาที่เข้าถึงง่าย

Neodent คือใคร?

Neodent ก่อตั้งในบราซิล และปัจจุบันเป็นแบรนด์ในเครือ Straumann Group ทำให้ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีและมาตรฐานการผลิตจาก Straumann โดยตรง หลายคนเปรียบว่า Neodent เหมือน "Toyota" ที่มี Straumann เป็น "Lexus" ซึ่งหมายถึงว่า ได้วิศวกรรมระดับสวิตในราคาที่เข้าถึงง่ายกว่า

Neodent เป็นรากฟันเทียมอันดับ 1 ในลาตินอเมริกา และปัจจุบันจำหน่ายมากกว่า 1 ล้านรากต่อปีทั่วโลก

“เทคโนโลยีเด่น” ของ Neodent

1. Grand Morse™ Connection — ระบบเชื่อมต่อแบบ Morse Taper 16°คือจุดเด่นที่ทำให้ Neodent แตกต่างจากรากฟันเทียมทั่วไป ระบบ Grand Morse ใช้การเชื่อมต่อแบบ Morse Taper ลึก 16° ร่วมกับ Platform Switching ซึ่งช่วยปิดผนึกรอยต่อระหว่างรากเทียมกับอะบัตเมนต์ได้แน่นหนา ป้องกันแบคทีเรียซึมเข้า ลดการอักเสบของเหงือก และช่วยรักษาระดับกระดูกรอบรากเทียมในระยะยาว

2. Acqua® Surface — พื้นผิวแบบ HydrophilicNeodent พัฒนาพื้นผิว Acqua ซึ่งเป็นพื้นผิวแบบชอบน้ำ (Hydrophilic) ในแนวทางเดียวกับ SLActive ของ Straumann ช่วยเร่งการยึดเกาะกระดูก เหมาะกับเคสที่ต้องการ Immediate Loading หรือผู้ป่วยที่มีกระดูกอ่อน

รุ่นแนะนำ: Helix Grand Morse เป็นรากเทียมแบบ Hybrid Design ที่เหมาะกับกระดูกทุกชนิด และ Drive Grand Morse เหมาะสำหรับกระดูกอ่อนหรือฝังรากทันทีหลังถอนฟัน

ข้อดีของ Neodent

  • อัตราการรอดสะสม (Cumulative Survival Rate) สูงถึง 99.7% จากการศึกษามากกว่า 200 ชิ้น

  • ราคาคุ้มค่าที่สุดเมื่อเทียบคุณภาพ ราคาอยู่กลาง ๆ ระหว่าง Straumann กับ Dentium 

  • ระบบ Grand Morse ปิดผนึกแบคทีเรียได้ดีเยี่ยม ช่วยลดปัญหาเหงือกอักเสบรอบรากเทียม

  • เหมาะกับงาน All-on-4 / All-on-6 และ Immediate Loading

  • ได้รับการสนับสนุนด้านวิจัยจาก Straumann Group โดยตรง

ข้อจำกัดของ Neodent

  • เป็นที่รู้จักน้อยกว่า Straumann ในบางภูมิภาค

  • ชิ้นส่วนอะไหล่อาจไม่มีครอบคลุมและหาได้ไม่สะดวกเท่า Straumann ในบางประเทศ

  • ประวัติทางคลินิกสั้นกว่า Straumann

Neodent เหมาะกับใคร?

Neodent เหมาะสำหรับคนที่ต้องการรากฟันเทียมคุณภาพระดับสวิตแต่งบประมาณน้อย ผู้ป่วยที่ต้องทำ All-on-4 หรือ Immediate Loading คนที่ต้องการระบบเชื่อมต่อที่ปิดผนึกแบคทีเรียได้ดี และผู้สูงอายุที่ต้องการรากฟันเทียมน่าเชื่อถือในราคาเหมาะสมและคุ้มค่า


ตาราง เปรียบเทียบ Straumann vs Dentium vs Neodent

หัวข้อเปรียบเทียบ

Straumann 

(สวิตเซอร์แลนด์)🇨🇭

Dentium 

(เกาหลีใต้)🇰🇷

Neodent (บราซิล/Straumann Group)🇧🇷

ประเทศผู้ผลิต

สวิตเซอร์แลนด์

เกาหลีใต้ / สหรัฐอเมริกา

บราซิล (ในเครือ Straumann)

ก่อตั้ง

1954 (70+ ปี)

2000 (25+ ปี)

1993 (30+ ปี)

วัสดุ

Roxolid® (Ti + Zr)

ไทเทเนียม Grade 4/5

ไทเทเนียม Grade 4

เทคโนโลยีพื้นผิว

SLActive® (Hydrophilic)

SLA (Sandblasted + Acid-etched)

Acqua® (Hydrophilic) / NeoPoros

ระบบเชื่อมต่อ

CrossFit® / Internal

Internal Hex

Grand Morse™ 16° Morse Taper

ระยะเวลาการหาย Osseointegration

3–4 สัปดาห์

6–8 สัปดาห์

4–6 สัปดาห์

อัตราความสำเร็จ

>98% (10 ปี)

97.22% (5 ปี, PMC)

99.7% Survival Rate (200+ studies)

รุ่นแนะนำ

BLT, BLX

SuperLine, Implantium

Helix GM, Drive GM

ความเหมาะสม

กับ All-on-4

ดีมาก

ดี

ดีมาก (ออกแบบมาเพื่อ Immediate Loading)

ระดับราคา

★★★★★ สูงสุด

★★★ ประหยัด

★★★★ ปานกลาง-สูง

การรับประกัน

ตลอดอายุการใช้งาน

ตลอดอายุการใช้งาน

ตลอดอายุการใช้งาน

เคสที่เหมาะสม

ซับซ้อน / กระดูกบาง / มีโรคประจำตัว

ทั่วไป / กระดูกฟันปกติ

หลากหลาย / All-on-4 / Immediate


คู่มือตัดสินใจการเลือกรากฟันเทียมให้เหมากับตัวเอง


การเลือกรากฟันเทียมไม่ได้ขึ้นอยู่กับยี่ห้อเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาจากหลายปัจจัยร่วมกันอย่างที่กล่าวไปข้างต้น และเมื่อนำมาประกอบกับรากฟันเทียมแต่ละยี่ห้อพบว่า


1. สภาพกระดูกขากรรไกร: ผู้ที่มีกระดูกบาง กระดูกน้อย หรือเคยมีโรคปริทันต์รุนแรง (รำมะนาด) ควรเลือกรากฟันเทียมที่มีเทคโนโลยีเร่งการยึดเกาะ เช่น Straumann SLActive® หรือ Neodent Acqua® ส่วนผู้ที่มีกระดูกปกติสามารถใช้ Dentium ได้อย่างมั่นใจ


2. โรคประจำตัว: ผู้ป่วยเบาหวาน กระดูกพรุน หรือผู้ที่สูบบุหรี่ มีความเสี่ยงที่กระดูกจะยึดเกาะรากเทียมช้ากว่าปกติ ดังนั้นควรเลือกรากฟันเทียมที่มีเทคโนโลยี SLActive® อย่าง Straumann จะช่วยลดความเสี่ยงได้มากที่สุด 3. แผนการรักษา: หากต้องทำ All-on-4 หรือ Immediate Loading (ใส่ฟันได้ทันที) Neodent Grand Morse และ Straumann BLX เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด เพราะออกแบบมาเพื่อการฝังรากแบบใส่ฟันทันทีโดยเฉพาะ


4. งบประมาณ: หากงบจำกัดแต่ต้องการคุณภาพดี Dentium SuperLine เป็นทางเลือกที่เหมาะสมและคุ้มค่า สำหรับงบระดับปานกลาง Neodent ตอบโจทย์ในเรื่องคุณภาพที่ใกล้เคียง Straumann ในราคาที่เข้าถึงง่ายกว่า และสำหรับคนที่ไม่มีปัญหาเรื่องงบและต้องการสิ่งที่ดีที่สุด Straumann คือคำตอบ


5. ความสะดวกในการดูแลระยะยาว: ทั้งสามยี่ห้อมีเครือข่ายทั่วโลก แต่ Straumann มีเครือข่ายกว้างมากที่สุด รองลงมาคือ Dentium และ Neodent ตามลำดับ



คำถามที่พบบ่อย (FAQ)


รากฟันเทียมอยู่ได้นานแค่ไหน?

รากฟันเทียมทั้ง 3 ยี่ห้อสามารถอยู่ได้ตลอดชีวิตหากดูแลอย่างถูกต้อง ตัวรากเทียมที่ฝังในกระดูกถูกออกแบบมาให้ถาวร ส่วนครอบฟัน (Crown) อาจจะต้องเปลี่ยนทุก 10–15 ปี ขึ้นอยู่กับการสึกหรอ ซึ่งการดูแลที่สำคัญ ได้แก่ แปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ใช้ไหมขัดฟันหรือแปรงซอกฟัน และพบทันตแพทย์ตรวจสุขภาพช่องปากทุก 6 เดือน


Straumann แพงกว่า Dentium เท่าไหร่?

ทั้งสองแบรนด์นี้ราคาแตกต่างกันประมาณ 1.5–2 เท่า ขึ้นอยู่กับคลินิกและรุ่นที่เลือก ส่วนต่างของราคาเกิดจากเทคโนโลยีวัสดุ Roxolid® และพื้นผิว SLActive® ที่ช่วยให้หายเร็วขึ้น ซึ่งอาจช่วยลดค่าใช้จ่ายรวมสำหรับผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูง และสำหรับราคาที่ YDC สามารถนัดปรึกษาเพื่อรับใบเสนอราคาเฉพาะบุคคลได้


Neodent กับ Straumann ต่างกันอย่างไร ภายใต้บริษัทเดียวกัน?

แม้ Neodent จะเป็นแบรนด์ในเครือ Straumann Group แต่ทั้งสองยี่ห้อมีจุดยืนต่างกัน Straumann เป็นระดับพรีเมียมที่ใช้วัสดุ Roxolid® และพื้นผิว SLActive® ส่วน Neodent ใช้วัสดุไทเทเนียม Grade 4 กับพื้นผิว Acqua® โดยจุดเด่นอยู่ที่ระบบเชื่อมต่อ Grand Morse™ ทำให้ตั้งราคาให้เข้าถึงง่ายกว่า แม้จะได้รับประโยชน์จากงานวิจัยและมาตรฐานของ Straumann 


รากฟันเทียมยี่ห้อไหนเหมาะกับ All-on-4 มากที่สุด?

ทั้ง Straumann BLX และ Neodent Grand Morse ออกแบบมาเพื่อ Immediate Loading โดยเฉพาะ ซึ่งเป็นหัวใจของเทคนิค All-on-4 เพราะทั้งสองยี่ห้อให้ Primary Stability สูง สามารถใส่ฟันชั่วคราวได้ภายในวันเดียว ส่วน Dentium SuperLine ก็สามารถใช้กับ All-on-4 ได้ แต่อาจจะต้องรอนานกว่าก่อนใส่ฟันถาวร


ผู้สูงอายุ 60–70 ปี ยังสามารถฝังรากฟันเทียมได้ไหม?

อายุไม่ใช่ข้อจำกัดหลักในการฝังรากฟันเทียม เพราะสิ่งที่สำคัญกว่าคือสุขภาพกระดูกและสุขภาพโดยรวม ผู้สูงอายุที่สุขภาพดี ไม่มีโรคประจำตัวที่ควบคุมไม่ได้ สามารถฝังรากฟันเทียมได้สำเร็จ โดยทันตแพทย์จะพิจารณาเลือกยี่ห้อที่เหมาะกับสภาพกระดูกเฉพาะบุคคล


ฝังรากฟันเทียมเจ็บไหม ต้องพักฟื้นนานแค่ไหน?

การฝังรากฟันเทียมทำภายใต้การฉีดยาชาเฉพาะที่ ระหว่างทำจะไม่มีความรู้สึกเจ็บ แต่หลังทำอาจมีอาการบวมและเจ็บเล็กน้อยประมาณ 2–3 วัน ซึ่งสามารถบรรเทาได้ด้วยการทานยาแก้ปวดทั่วไป ส่วนใหญ่สามารถกลับไปทำกิจกรรมปกติได้ภายใน 1–2 วัน ระยะเวลารอให้กระดูกยึดเกาะก่อนใส่ฟันถาวรอยู่ที่ 3–8 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับยี่ห้อและสภาพกระดูก

สามารถดูรายละเอียดขั้นตอน ราคา และรีวิวจริงได้ที่ รากฟันเทียม YDC Dental Clinic


ความคิดเห็น


YDC Logo Transparent_edited.png

YDC Dental Clinic

ศูนย์ทันตกรรมเฉพาะทางแนวใหม่ ทางเลือกสำหรับคนที่กำลังมองหาคุณภาพและความใส่ใจในทุกรายละเอียด ที่สะอาดปลอดภัยสูงสุด ให้การรักษาครบวงจร โดยทันตแพทย์เฉพาะทางทุกสาขา ด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย เพิ่มความแม่นยำในทุกการรักษา งานรากเทียมและฟันปลอมให้การรักษาโดยคุณหมอที่เชี่ยวชาญใจดี มือเบา มีประสบการณ์มากกว่า 20 ปี

© 2026 by YDC Dental Clinic

bottom of page